สอบ 'สังคม' & 'ภาษา' ผ่านแล้วนะ

 เราอยู่มา 5 ปีกว่าแล้ว เราก็เลยคิดว่าเราจะลองยื่นขอวีซ่าถาวรดู เราก็เลยไปสอบสังคม ก่อนหน้านี้เนี่ยเค้าจะให้สามารถเรียน 75 ชั่วโมงแล้วก็เอาผลชั่วโมงการเรียนไปยื่นได้เลย แต่ว่าตอนหลังเค้าเปลี่ยนกฎเป็นว่าต้องไปสอบ ถ้าสอบผ่านก็เอาผลไปยื่นได้เลย เราก็เลยเลือกไปสอบเพราะว่าถ้าไปสอบอ่ะมันเสียประมาณ 1,100 โครน แต่ถ้าไปเรียนก็ต้องเสียหลายพันโครนอยู่นะเท่าที่เราเห็นน่ะ รวมๆ แล้วก็เป็นเงิน 10,000 กว่าบาท แล้วเราอ่ะไม่ได้สิทธิ์เรียนฟรีไง แต่ว่าเพื่อนที่มาพร้อมๆ กันน่ะ เค้าจะได้สิทธิ์เรียนฟรี เค้าก็เรียนไปแล้วตั้งแต่แรก เราก็รออยู่เนี่ยแหละ เราก็กะว่าเราจะไปสอบเอาผลเลย ก่อนหน้านี้เราก็ไปสอบภาษามาเพราะว่ามันก็ require น่าจะ A2 ถ้าจะขอวีซ่าถาวรน่ะนะ เราก็เลยสอบทิ้งไว้เมื่อสองปีที่แล้ว แล้วก็ไม่ได้ไปสอบเพิ่มเลเวลเลย  แต่ว่าผลสอบภาษาเท่านี้มันก็โอเคแล้วล่ะน่าจะเพียงพอถึงขั้นขอเป็นพลเมือง แต่ว่าเงื่อนไขอย่างอื่นเรายังไม่ถึงเกณฑ์เราก็เลยขอแค่วีซ่าถาวร การสมัครสอบสังคมสามารถสมัครได้ผ่านทางเว็บออนไลน์เลยง่ายมากๆ    เราแปะลิงค์ไว้ให้ทางนี้นะ  https://prove.hkdir.no/samfunnskunnskapsp...

สิทธิประโยชน์จากรัฐ: สวัสดิการสังคมในนอร์เวย์

สิทธิประโยชน์จากรัฐ: สวัสดิการสังคมในนอร์เวย์


นอร์เวย์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีระบบสวัสดิการสังคมที่ดีที่สุดในโลก โดยรัฐให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชนและความเท่าเทียมกันในสังคม ระบบสวัสดิการที่ครอบคลุมนี้ได้รับการสนับสนุนจากการเก็บภาษีในอัตราสูง ซึ่งนำมาจัดสรรเพื่อประโยชน์ของทุกคนในประเทศ

ระบบภาษีในนอร์เวย์ใช้ โครงสร้างแบบขั้นบันได (Progressive Tax) ซึ่งหมายความว่าผู้มีรายได้สูงจะเสียภาษีในอัตราสูงกว่าผู้มีรายได้ต่ำ รายได้ส่วนแรกของประชาชนทุกคนจะได้รับการยกเว้นภาษีในจำนวนที่กำหนด (ขึ้นอยู่กับปีที่รัฐบาลประกาศ) จากนั้นจึงเริ่มเก็บภาษีตามขั้นบันไดที่กำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น

  1. ระดับรายได้ต่ำ: ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าจำนวนที่กำหนดจะเสียภาษีในอัตราน้อย หรือบางครั้งอาจได้รับการยกเว้น
  2. ระดับรายได้ปานกลาง: ผู้มีรายได้ปานกลางจะถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้น โดยเฉลี่ยประมาณ 22-25%
  3. ระดับรายได้สูง: ผู้ที่มีรายได้สูงมากจะเสียภาษีในอัตราที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยอัตราสูงสุดอาจเกิน 38-40% เมื่อรวมกับภาษีท้องถิ่น

โครงสร้างนี้ถูกออกแบบมาเพื่อกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม นอกจากนี้ ภาษียังครอบคลุมในรูปแบบอื่น ๆ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 25% สำหรับสินค้าและบริการทั่วไป

หนึ่งในสิทธิประโยชน์ที่เด่นชัดคือ ระบบการดูแลสุขภาพ ซึ่งประชาชนทุกคน รวมถึงผู้พำนักถาวร มีสิทธิ์เข้าถึงบริการทางการแพทย์ในราคาที่ต่ำหรือไม่มีค่าใช้จ่ายเลย ระบบนี้ครอบคลุมตั้งแต่การดูแลทั่วไปไปจนถึงการรักษาโรคที่ซับซ้อน โดยมีการให้ความช่วยเหลือด้านการเดินทางและค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล

ด้าน การศึกษา นอร์เวย์ให้การศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับมหาวิทยาลัยโดยไม่มีค่าเล่าเรียน รัฐยังสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียน เช่น ทุนการศึกษาและเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม

สำหรับ การลาคลอดและเลี้ยงดูบุตร นอร์เวย์มีระบบลางานที่เอื้อเฟื้อสำหรับพ่อแม่ โดยให้สิทธิลาคลอดยาวถึง 49-59 สัปดาห์ โดยยังได้รับเงินชดเชยรายได้ นอกจากนี้ยังมีเงินสนับสนุนสำหรับการเลี้ยงดูบุตร รวมถึงสถานรับเลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้

ด้าน การว่างงานและเงินบำนาญ รัฐมีระบบประกันการว่างงานที่ช่วยให้ผู้สูญเสียรายได้ได้รับเงินช่วยเหลือในช่วงหางานใหม่ ขณะที่ผู้สูงอายุได้รับเงินบำนาญเพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี

ระบบภาษีที่โปร่งใสและการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้นอร์เวย์สามารถรักษาระบบสวัสดิการที่ครอบคลุมและสร้างความเท่าเทียมในสังคมได้อย่างยั่งยืน นี่จึงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นอร์เวย์เป็นประเทศที่มีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่สูงที่สุดในโลก.


ฝากนิดหนึ่งนะคะ สำหรับ...เพื่อนๆ ที่จะโอนเงินกลับไทย 

ตอนเนี้ยเรามีลิงค์ในการโอนเงินกับไทยของ Remitly แปะไว้ทางด้านมุมขวาบนของหน้าจอแล้วนะถ้าใครจะส่งเงินกลับไทยก็สามารถคลิกผ่านลิงค์นี้ได้เลย
อันนี้เราก็จะได้ค่าขนมนิดหน่อย ฝากด้วยนะเพื่อนๆ


Comments